จี้คลังห้ามบริษัทบุหรี่ทำซีเอสอาร์

ศูนย์ข่าว มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ 

วันที่  25 มกราคม 2556

วันที่ข่าวตีพิมพ์   สามารถเผยแพร่ได้ทันที

 

เตือนหญิงสูบบุหรี่เสี่ยงเป็นมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น 

เกือบสามสิบเท่า 

            ศ.นพ.ประกิต  วาทีสาธกกิจ  เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่  เตือนหญิงไทยที่สูบบุหรี่ เจ็ดแสนกว่าคนในขณะนี้ว่า  หากสูบบุหรี่เหมือนหญิงอเมริกาจะเสี่ยงเสียชีวิตจากมะเร็งปอดเหมือนหญิงอเมริกา 

รายงานที่เปิดเผยล่าสุดในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ เจอร์นัล ออฟ เมดิซีน ที่พบว่า  หญิงอเมริกาที่สูบบุหรี่ในปัจจุบัน  มีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งปอดสูงกว่าหญิงอเมริกาที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย 27.5  เท่า  และแม้แต่ในหญิงอเมริกาที่เคยสูบบุหรี่แต่เลิกสูบแล้ว  โอกาสเกิดมะเร็งปอดก็สูงกว่าหญิงที่ไม่เคยสูบบุหรี่ถึง 2.7  เท่า  รายงานยังพบว่าหากเลิกสูบบุหรี่ก่อนอายุ 40 ปี  จะลดโอกาสความเสี่ยงการเกิดโรคต่าง ๆ ลงไปอย่างมากมาย  ทั้งนี้มะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดของทั้งหญิงและชายอเมริกา  โดยในปี พ.ศ.2555 ประมาณว่ามีชาวอเมริกาเสียชีวิตจากมะเร็งปอด 160,340  คน  และทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งปอดปีละ 1.37  ล้านคน  โดยเป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตคนหมายเลขหนึ่ง     ของโลก

            ศ.นพ.ประกิต  เปิดเผยต่อไปว่า การสำรวจในปี พ.ศ. 2554  พบว่ามีหญิงไทยที่สูบบุหรี่  728,000  คน และที่เคยสูบบุหรี่แต่เลิกแล้ว  574,072  คน  และในปี พ.ศ. 2552  มีหญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปอดที่เกิดจากการสูบบุหรี่ 2,876คน เปรียบเทียบกับชายไทยที่เสียชีวิตจากมะเร็งปอดจากการสูบบุหรี่  11,740 คน ในปีเดียวกัน  ข่าวดีก็คือหญิงไทยที่เคยสูบบุหรี่  ส่วนใหญ่ได้เลิกสูบแล้ว โดยจำนวนหญิงไทยที่สูบบุหรี่ในปี พ.ศ. 2534 เท่ากับหนึ่งล้านคน แต่ปัญหาอันตรายจากบุหรี่ของหญิงไทยคือการได้รับควันบุหรี่มือสอง  โดยมีหญิงไทยได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้านถึงเกือบเก้าล้านคน  และในที่ทำงานหนึ่งล้านคน  จึงขอเรียกร้องให้ชายไทยที่สูบบุหรี่ไม่สูบในบ้านและในที่ทำงาน  เพื่อไม่เป็นการทำร้ายหญิงไทย

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่                                          โทร. 0-2278-1828 / 08-1822-9799


 
 
 

วันที่  23 สิงหาคม 2555

วันที่ข่าวตีพิมพ์  :  สามารถเผยแพร่ได้ทันที

 

ขอบคุณ ครม. ที่ขึ้นภาษีบุหรี่ 

            ศ.นพ.ประกิต  วาทีสาธกกิจ  เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ขอขอบคุณ ครม. ที่มีมติขึ้นภาษีบุหรี่แบบยกแผง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา 

หลังจากที่ฝ่ายต่าง ๆ ที่ทำงานควบคุมยาสูบรอคอยมาพักใหญ่  ที่สำคัญคือการขึ้นภาษีครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ซิกาแรทเพียงอย่างเดียวเหมือนครั้งก่อน ๆ แต่มีการเพิ่มวิธีการคำนวณภาษีตามปริมาณหรือคิดเป็นมวน มวนละหนึ่งบาท  สำหรับบุหรี่นำเข้าราคาถูก  ซึ่งขณะนี้เสียภาษีสรรพสามิตตามราคาต้นทุนที่บริษัทบุหรี่แจ้ง คิดเป็นภาษีได้ซองละ 12 ถึง 13 บาท  ต่อไปนี้จะต้องเสียภาษีขั้นต่ำซองละ 20 บาท ทำให้บุหรี่ที่ถูกที่สุดที่ขายขณะนี้ซองละ 25 บาท  จะต้องขึ้นราคาเป็นซองละกว่า 30 บาทเป็นอย่างต่ำ ข้อดีของการขึ้นภาษีครั้งนี้อีกข้อหนึ่งคือการขึ้นภาษีบุหรี่ยาเส้นซึ่งไม่ได้มีการขึ้นภาษีส่วนนี้เลยในหลายสิบปีที่ผ่านมา  ทำให้ค่าใช้จ่ายของผู้สูบบุหรี่ซองและผู้สูบบุหรี่ยาเส้นมีความแตกต่างกันมาก 

โดยการสำรวจเมื่อปลายปี พ.ศ.2554  พบค่าใช้จ่ายผู้สูบบุหรี่ซอง เฉลี่ย 586  บาทต่อคนต่อเดือน  ในขณะที่ผู้สูบบุหรี่ยาเส้นเสียค่าใช้จ่ายเพียง 37 บาทต่อคนต่อเดือน  การที่ยาเส้นมีราคาถูกมากเช่นนี้ เป็นสาเหตุสำคัญที่ประเทศไทยไม่สามารถลดจำนวนผู้สูบบุหรี่จาก 12.2 ล้านคนในปี พ.ศ.2536 จนปัจจุบันนี้ยังมีผู้สูบบุหรี่  11.5 ล้านคน ทั้งที่มีการขึ้นภาษีบุหรี่มาแล้ว 9 ครั้ง  ระหว่าง พ.ศ.2536-2552  ซึ่งหากรวมครั้งนี้จะเท่ากับรัฐบาลมีการขึ้นภาษีบุหรี่ทุกสองปี  ดังนั้นรัฐบาลจึงควรค่อย ๆ ปรับภาษีของบุหรี่ยาเส้นเพื่อให้ราคาขายปลีกสูงขึ้น  เพื่อให้ช่องห่างระหว่างราคาขายปลีกบุหรี่ซิกาแรทกับบุหรี่ยาเส้นลดลง  ซึ่งจะทำให้นโยบายการใช้มาตรการทางภาษีเพื่อลดการบริโภคยาสูบและลดจำนวนผู้สูบบุหรี่มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา 

ในส่วนของรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับเพิ่มภาษียาสูบนั้นมีความชอบธรรมอยู่แล้ว  เพื่อชดเชยกับการที่รัฐบาลต้องสูญเสียค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยจากการสูบบุหรี่ในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เป็นจำนวนหลายหมื่นล้านบาทต่อปี  และที่สำคัญที่สุดคือการขึ้นภาษียาสูบเป็นวิธีการสกัดกั้นไม่ให้เยาวชนเข้ามาเสพติดบุหรี่ที่มีประสิทธิภาพที่สุด

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่                                           โทร. 0-2278-1828 / 08-1822-9799

 

ศูนย์ข่าว มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่